ดอตคอมป่วน
! ถูกบริษัทตัวแทนรับจดโดเมนเนมตุ๋นเงิน
เผย "อินเทอร์เน็ตไทยแลนด์.คอม"
เป็นรายล่าสุดที่ถูกร้องเรียน
แถมชื่อดันพ้องกับไอเอสพีรายใหญ่ทำให้ลูกค้าเชื่อใจแห่ใช้บริการเพียบ
ด้าน Thaiorder.com
หนึ่งในเหยื่อช็อกถูกต่างประเทศเรียกเก็บเงินนับแสนบาท
วิ่งโร่หาตำรวจไกล่เกลี่ย
ด้าน "อินเทอร์เน็ต
ประเทศไทย"
ตั้งทีมกฎหมายหาทางจัดการ
เจ้าของเว็บไซต์
www.Thaiorder.com เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ"
ว่า เมื่อเร็วๆ
นี้ตนได้รับแจ้งจากบริษัทเน็ตเวิร์ค
โซลูชั่น
ซึ่งเป็นบริษัทรับจดโดเมนในประเทศสหรัฐอเมริกาว่า
ตนซึ่งเป็นผู้จดโดเมนเนมในชื่อ
www.Thaiorder.com
ยังไม่ได้ชำระเงินให้แก่ทางบริษัท
ซึ่งในความเป็นจริงนั้นตนได้ชำระเงินให้แก่
www.Internetthailand.com ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่ให้บริการรับจดโดเมนในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้
ตนได้จดโดเมนเนมกับอินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ฯเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
โดยจดชื่อโดเมนเนมจำนวน 2
ชื่อ ซึ่งอินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ฯมีโปรโมชั่นให้จดฟรีได้อีก
2 ชื่อ รวม 4 ชื่อ คือ www.thaiorder.com,
www.X-thailand.com, www.Hajung.com และ www.9mai.com
ซึ่งเว็บไซต์ทั้งหมดสามารถใช้บริการได้ต่อเนื่องตลอด
7 เดือนที่ผ่านมา
โดยเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมาตนต้องการใบเสร็จรับเงิน
จึงได้ติดต่อไปทางอินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ฯหลายครั้ง
แต่ไม่สามารถติดต่อได้
จึงได้ติดต่อกับบริษัทเน็ตเวิร์ค
โซลูชั่นที่ประเทศสหรัฐโดยตรงเพื่อขอรับใบเสร็จรับเงิน
แต่กลับได้รับคำตอบว่ายังไม่มีการชำระเงิน
และแจ้งกลับมาว่าโดเมนเนมนี้อาจจะมีปัญหาและไม่สามารถใช้งานได้ต่อไป
ตนจึงได้ย้ายโดเมนเนม Thaiorder.com
ไปจดกับบริษัทโฮสต์สยามแทนเมื่อวันที่
10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นอกจากปัญหาที่ว่ายังไม่ได้ชำระเงินให้เน็ตเวิร์ค
โซลูชั่นแล้วในเวลาไล่เลี่ยกันตนถูกเว็บไซต์
www.Verio.com เรียกเก็บเงินมูลค่า
103,200 บาท หรือ 2,400 เหรียญสหรัฐ (43
บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ)
โดยให้เหตุผลว่าตนได้ขอใช้บริการบริษัท
Verio
ซึ่งภายหลังจากที่ตนตรวจสอบกลับไป
พบว่าชื่อและที่อยู่ใช้บริการกับเวอริโอฯนั้นเป็นของบริษัทสีสัน
ส่วนชื่อโดเมนเนมเป็น 1 ใน 4
จากโดเมนเนมของตน คือ
www.X-thailand.com
"ผมไม่ทราบว่าใครเอาชื่อโดเมนเนมของผม
และชื่อ,
ที่อยู่ของบริษัทสีสันไปแอบอ้าง
เนื่องจากผมไม่เคยขอใช้บริการใดๆ
จากเวอริโอฯเลย
ซึ่งหลังจากถูกเรียกเก็บเงินผมจึงติดต่อไปยังบริษัทสีสันก็พบว่าเขาเป็นหนึ่งในลูกค้าของอินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ฯเช่นเดียวกัน
ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่าทางอินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ฯอาจจะเป็นผู้แอบอ้างนำชื่อของลูกค้าไปขอใช้บริการจากต่างประเทศ"
ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ
ได้
เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพราะจ่ายค่าบริการเป็นเงินสด
แต่ตนได้แจ้งเรื่องดังกล่าวกับ
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน
รองผู้บังคับการศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อหาทางแก้ไข
"ประชาชาติธุรกิจ"
จึงได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ญาณพล
ยั่งยืน
รองผู้บังคับการศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงประเด็นดังกล่าว
ได้รับคำตอบว่าที่ผ่านมามีผู้เสียหายหลายรายติดต่อเข้ามาเพื่อแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับตน
แต่เป็นลักษณะการบอกกล่าว
ซึ่งตนได้ให้ความช่วยเหลือโดยการทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยประนีประนอมกับเจ้าของเว็บไซต์กับผู้เสียหาย
ซึ่งก็มีหลายรายที่สามารถตกลงและดำเนินการแก้ปัญหาได้
"หากมีผู้เสียหายรายใดได้รับความเสียหาย
ผมก็แนะนำกับผู้เสียหายทั้งหมดดำเนินการแจ้งความกับเจ้าของเว็บไซต์
และเตือนถึงผู้ใช้บริการให้ทราบว่าเว็บไซต์ที่ให้บริการในลักษณะนี้ปัจจุบันมีจำนวนมาก"
ส่วนกรณีของเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ฯนั้นอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน
โดยมีผู้เสียหายช่วยส่งข้อมูลเข้ามาเป็นหลักฐาน
ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลหลักฐานมาแล้วจะส่งต่อให้กองปราบฯอีกครั้ง
ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริงก็จะมีความผิดฐานฉ้อโกง
ซึ่งจะต้องมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามกฎหมาย
ด้านนางมรกต
กุลธรรมโยธิน
รองกรรมการผู้จัดการ
บริษัท อินเทอร์เน็ต
ประเทศไทย จำกัด
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตภายใต้ชื่อ
"ไอเน็ต" กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ"
ว่า
บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่ชื่อเว็บไซต์
Internetthailand.com
มีชื่อที่พ้องกับบริษัท
เนื่องจากผู้ที่อยู่ในวงการจะทราบดีว่าไม่ใช่บริษัทเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม
บริษัทกำลังให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาข้อมูลว่าจะสามารถดำเนินการด้านกฎหมายได้อย่างไรบ้าง
"ที่ผ่านมาก็ได้ยินว่ามีผู้ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก
และมาจากหลายๆ เว็บไซต์
ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับมาตรการว่าจะสามารถดำเนินการเอาผิดได้มากน้อยแค่ไหน
เท่าที่ทำได้คงเป็นการช่วยบอกต่อๆ
กันไป
หรืออาจดำเนินการในลักษณะให้ผู้เสียหายรวมตัวกันเพื่อร้องเรียนถึงปัญหาที่ได้รับ"
ทั้งนี้
"ประชาชาติธุรกิจ"
ได้ติดต่อไปยังเจ้าของเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ฯแล้วหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถติดต่อได้
ข่าว :
ประชาชาติธุรกิจ